เตือนภัยไซเบอร์! สงสัยแฮกเกอร์รัสเซียใช้มุกใหม่ หลอกเชื่อม Google OAuth และ WhatsApp เพื่อยึดบัญชีเหยื่อ
ผมมีข่าวไซเบอร์สุดเข้มข้นจากฝั่งไอทีต่างประเทศมาอัปเดตให้ฟังครับ ล่าสุดทีมนักวิจัยจาก Google Threat Intelligence Group (GTIG) ออกมารายงานว่า พบกลุ่มแฮกเกอร์ระดับจารกรรมไซเบอร์ที่คาดว่าเชื่อมโยงกับรัสเซียถึง 3 กลุ่ม ได้แก่ UNC6293, UNC5976 และ UNC7005 กำลังอาศัยระบบการยืนยันตัวตนที่ถูกกฎหมาย (Legitimate Authentication Flows) มาใช้เป็นเครื่องมือในการแฮกยึดบัญชี
เป้าหมายหลักเน้นไปที่บุคลากรในแวดวงการศึกษา, อุตสาหกรรมอวกาศและการป้องกันประเทศ, หน่วยงานรัฐ รวมถึงสถาบันคลังสมอง (Think Tanks) ในยุโรปและสหรัฐอเมริกา
มาดูกันครับว่าแต่ละกลุ่มมีกลยุทธ์อะไรที่น่ากลัวบ้าง
1. UNC6293: มุกใหม่ ล่อขอ URL และ Verification Code
กลุ่มนี้ย่อยมาจากกลุ่มดังอย่าง Ice Relic (หรือ APT29 / Cozy Bear / Midnight Blizzard) เดิมทีเน้นหลอกขอ Application Specific Passwords แต่ล่าสุดช่วงเดือนมิถุนายน 2026 เปลี่ยนมาใช้มุก OAuth Phishing โดยหลอกให้เหยื่อล็อกอินผ่านผู้ให้บริการภายนอก แล้วล่อลวงให้เหยื่อส่ง "URL แบบเต็ม" หรือ "รหัสยืนยัน (Verification Code)" คืนมาให้แฮกเกอร์ ซึ่งเพียงเท่านี้พวกเขาก็สามารถเข้าถึงและยึดบัญชีของเหยื่อได้ทันที
2. UNC5976: สร้างเว็บฝากไฟล์ปลอม + มัลแวร์ HEADRUSH
กลุ่มนี้เริ่มเคลื่อนไหวช่วงมีนาคม 2026 เน้นสร้างโดเมนปลอมที่ดูเหมือนบริการแชร์ไฟล์ แล้วสร้างโปรเจกต์บน Google Cloud มารองรับ
- เมื่อเหยื่อหลงกดเข้าเว็บปลอม จะมีป๊อปอัปขึ้นมาให้กด "Continue with Google"
- พอเหยื่อล็อกอินสำเร็จ สคริปต์สายโจรบน Google Cloud จะดักจับ Token ไปทันที
- นอกจากนี้ ยังพบว่าใช้ปลั๊กอิน Excel ปลอมรหัส HEADRUSH ส่งมัลแวร์ HTA เข้าเครื่องเหยื่อ โดยเน้นโจมตีหน่วยงานทหาร อวกาศ และ NGO ในยูเครนและอาร์เมเนีย
กลุ่มนี้ถือเป็นพระเอกของรายงานเลยครับ มีแทกติกที่แพรวพราวมาก:
- หลอกเชื่อม WhatsApp: สร้างหน้าเว็บปลอมล่อให้เหยื่อผูกบัญชี WhatsApp เข้ากับเครื่องของแฮกเกอร์ โดยอ้างว่าจะได้เข้าร่วมคอลหรือแชร์เอกสารลับ พอลูกค้าเผลอกดสแกน QR หรือใส่โค้ดเชื่อมต่อ แฮกเกอร์จะยึด WhatsApp ทันที แถมถ้าเหยื่อหลงกดเข้าร่วมสายคอล สคริปต์จะแอบอัดเสียงและวิดีโอส่งกลับไปยังเครื่อง C2 ของแฮกเกอร์อีกต่างหาก
- แฮกผ่าน Wi-Fi โรงแรม/สนามบิน (แคมเปญ CaptiveCrunch): ร่วมมือกับการแฮกเกตเวย์ Wi-Fi สาธารณะ ทำ DNS Poisoning ดักทราฟฟิก แล้วส่งหน้าอัปเดตเบราว์เซอร์ปลอมเพื่อปล่อยมัลแวร์ขโมยข้อมูลอย่าง CornFlake RAT หรือ ChocoShell (มัลแวร์ตัวนี้มีร่องรอยว่าถูกสร้างขึ้นโดย AI หรือ LLM อีกด้วย)
- ศูนย์ควบคุม FruitStone: ทั้งหมดนี้ควบคุมผ่านหน้าแผง C2 ปลอมในชื่อ "CloudSync Console" เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ
แฮกเกอร์ยุคนี้ไม่ได้มานั่งเดารหัสผ่านกันแล้วครับ แต่เลือกใช้ "ฟีเจอร์ที่ถูกกฎหมาย" อย่าง OAuth, Device Code, หรือการแชร์ลิงก์เชื่อมอุปกรณ์มาหลอกเราแทน ดังนั้น ก่อนจะกด "Continue with Google", สแกน QR Code เพื่อเชื่อมต่อ WhatsApp หรือกดปุ่มให้อนุญาตใดๆ ตรวจสอบ URL และแหล่งที่มาให้ดีก่อนทุกครั้งนะครับ
#ดรกฤษฎาแก้ววัดปริง #ไทยสมาร์ทซิตี้ #SmartCity #DRKRIT #สมาร์ทซิตี้คลิก