CISA เตือนภัยขั้นเร่งด่วน พบช่องโหว่ระดับ Critical ใน macOS, SharePoint, vCenter และ Microsoft IKE ถูกแฮกเกอร์โจมตีจริงแล้ว

 

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หน่วยงานความมั่งคงปลอดภัยไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ (CISA) ได้เพิ่มรายการช่องโหว่ความปลอดภัยระดับรุนแรงมาก (Critical) จำนวน 4 รายการ เข้าสู่แคตตาล็อก Known Exploited Vulnerabilities (KEV) หรือบัญชีช่องโหว่ที่ยืนยันแล้วว่ากำลังถูกผู้ไม่หวังดีใช้โจมตีในระบบจริง (In the Wild)

สรุป 4 รายการช่องโหว่อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

  • CVE-2026-65400 (คะแนน CVSS: 9.8): ช่องโหว่ด้านระบบยืนยันตัวตน (Authentication) ใน Apple macOS ซึ่งเปิดโอกาสให้แฮกเกอร์ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน สามารถแอบเนียนล็อกอินเข้าใช้งานฟีเจอร์ Screen Sharing ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
  • CVE-2026-55040 (คะแนน CVSS: 9.1): ช่องโหว่การยืนยันตัวตนที่หละหลวมบน Microsoft SharePoint ช่วยให้แฮกเกอร์ข้ามผ่านระบบความปลอดภัย (Bypass Security) ผ่านทางเครือข่ายเข้ามาได้โดยไม่ต้องผ่านการอนุญาต
  • CVE-2026-59310 (คะแนน CVSS: 9.8): ช่องโหว่ประเภท Path Traversal บน Broadcom VMware vCenter ทำให้ผู้ไม่หวังดีที่มีสิทธิ์เข้าถึงเครือข่ายของ vCenter สามารถรันโค้ดอันตรายเพื่อยึดระบบได้ทันที
  • CVE-2026-33824 (คะแนน CVSS: 9.8): ช่องโหว่ประเภท Double Free ใน Microsoft Internet Key Exchange (IKE) Service Extensions ซึ่งเปิดช่องให้ผู้โจมตีแอบส่งโค้ดเข้ามาสั่งการระยะไกลผ่านเครือข่ายได้
สถานการณ์การโจมตีล่าสุดในฝั่งต่างประเทศ

แม้ค่ายเจ้าของผลิตภัณฑ์จะทยอยปล่อยแพตช์ออกมาอุดรูรั่วกันแล้ว แต่รายงานจากหลายฝ่ายยืนยันตรงกันครับว่า ตอนนี้แฮกเกอร์กำลังลุยโจมตีกันอย่างหนัก

  • ฝั่ง macOS: ถูกใช้อู๋โจมตีเพื่อฝังมัลแวร์สายแอบขุดเหรียญคริปโตอย่าง Monero
  • ฝั่ง SharePoint: ถูกแฮกเกอร์ไม่ทราบกลุ่มจู่โจมอย่างรวดเร็ว หลังจากมีผู้ปล่อยโค้ดสาธิตการแฮก (PoC) ออกสู่สาธารณะ
  • ฝั่ง VMware vCenter: ถูกสงสัยว่าเป็นฝีมือของกลุ่มแฮกเกอร์ระดับสูง (APT) ที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศจีนเข้ามาฝัง Backdoor พร้อมลงโปรแกรม reverse_ssh ไว้เพื่อควบคุมระยะไกลในระยะยาว แถมในบางเคสยังมีการลงแรนซัมแวร์ตระกูลที่ดัดแปลงมาจาก Babuk อีกด้วย
ภาพรวมการจู่โจมระลอกนี้สร้างความเสียหายไปแล้วอย่างน้อย 361 IP Address ใน 47 ประเทศทั่วโลก โดยพื้นที่ที่ตกเป็นเป้าหมายหนักที่สุดคือ เยอรมนี (55 แห่ง), สหรัฐอเมริกา (41 แห่ง), ตุรกี (38 แห่ง), อิหร่าน (26 แห่ง) และฝรั่งเศส (25 แห่ง)

นอกจากนี้ ทีมวิจัย Palo Alto Network Unit 42 ยังตรวจพบว่าช่องโหว่ Microsoft IKE (CVE-2026-33824) กำลังถูกกลุ่มแฮกเกอร์สายจีนอีกกลุ่มดัดแปลงไปใช้ ซึ่งความน่ากลัวรอบนี้คือ มีการนำเอา AI เข้ามาช่วยแฮกแบบอัตโนมัติ (AI-enabled autonomous hacking) ร่วมกับโมเดล DeepSeek ควบคู่ไปกับการนั่งแฮกแบบดั้งเดดิมอีกด้วยครับ

ข้อแนะนำเร่งด่วน

ทาง CISA ได้ยื่นคำขาดให้หน่วยงานภาครัฐฝั่งพลเรือนของสหรัฐฯ (FCEB) ดำเนินการอัปเดตแพตช์ระบบทั้งหมดให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดตามแนวทาง BOD 26-04 ภายในวันที่ 21 สิงหาคม 2026 นี้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ ใครที่ดูแลระบบบเหล่านี้อยู่ ผมแนะนำให้รีบตรวจเช็กและอัปเดตแพตช์ด่วนๆ เลยครับ

#ดรกฤษฎาแก้ววัดปริง #ไทยสมาร์ทซิตี้ #SmartCity #DRKRIT #สมาร์ทซิตี้คลิก