เจาะลึกปฏิบัติการ "Badges, Bytes and Blackmail"

 

จากการรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ทางกฎหมายกว่า 418 คดี ทั่วโลก เราเริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าเจ้าหน้าที่เขาสู้กับโจรไซเบอร์กันอย่างไร

1. ใครคือเป้าหมาย? (ฐานความผิดยอดฮิต)

เจ้าหน้าที่เน้นหนักไปที่ 3 กลุ่มใหญ่ที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุด คือ การขู่กรรโชก (Extortion) ซึ่งรวมถึงพวก Ransomware ตัวแสบ ตามมาด้วย การแพร่กระจายมัลแวร์ (Malware) และ การแฮ็กระบบ (Hacking) เพื่อเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้ยังเริ่มเห็นการไล่ล่าพวก "ตัวช่วย" อย่างขบวนการฟอกเงินคริปโต และพวกที่เปิดตลาดมือ (Dark Web) เพื่อเป็นแหล่งกบดานของโจรไซเบอร์มากขึ้นด้วยครับ

2. จับจริง หรือแค่ขู่?

เมื่อดูจากรูปแบบการจัดการ ผลออกมาน่าใจมากครับ

  • การจับกุม (Arrests): ครองสัดส่วนสูงสุดถึง 29% แสดงว่าเจ้าหน้าที่ยังคงให้ความสำคัญกับการลากตัวคนผิดมาลงโทษเป็นรายบุคคล
  • การสั่งปิดระบบ (Takedowns): มีประมาณ 17% เป็นการทลายโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ปิดเซิร์ฟเวอร์หรือเว็บมืดให้ใช้งานไม่ได้
  • การดำเนินคดีทางกฎหมาย: มีทั้งการตั้งข้อหา (14%) และการตัดสินโทษ (11%) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคดีจำนวนมากถูกผลักดันไปจนถึงชั้นศาล
  • มาตรการอื่นๆ: มีการใช้การคว่ำบาตร (Sanctions) 7% และการยึดทรัพย์ (Seizures) 4% เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงทางเศรษฐกิจของอาชญากร

เมื่ออายุเปลี่ยน พฤติกรรมการโกงก็เปลี่ยน

ข้อมูลจากผู้กระทำความผิด 193 รายที่มีข้อมูลอายุชัดเจน (ซึ่งส่วนใหญ่เกือบ 90% อยู่ในวัย 18-44 ปี) เผยให้เห็นเส้นทางสายโจรที่ต่างกันไปตามวัย

  • วัยคึกคะนอง (18-24 ปี): กลุ่มวัยรุ่นสร้างตัวกลุ่มนี้เน้นไปที่ทักษะทางเทคนิค การแฮ็กระบบ (Hacking) มาเป็นอันดับหนึ่งถึง 30% ตามมาด้วยการขายข้อมูลที่ขโมยมาและการยิงเว็บ (DDoS) อย่างละ 10% ดูเหมือนกลุ่มนี้จะเน้นโชว์พาว สร้างชื่อเสียง หรืออยากรู้อยากลองมากกว่าจะมองเรื่องเงินเป็นหลักในตอนแรก
  • วันเริ่มสร้างฐานะ (25-34 ปี): พอโตขึ้นมาหน่อย พฤติกรรมเริ่มเปลี่ยนไปหาเงินมากขึ้นครับ กลุ่มนี้เน้น การขยายข้อมูลที่ขโมยมา (21%) เรียกว่าเริ่มทำอะไรที่เห็นเม็ดเงินชัดเจนขึ้น
  • วัยรุ่นใหญ่รุ่นเก๋า (35-44 ปี): นี่คือกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดและอันตรายที่สุดในชุดข้อมูลนี้ พฤติกรรมจะเน้นงาน "High Impact" หรือเน้นผละกระทบสูงและเงินก้อนโต การขู่กรรโชกไซเบอร์ (22%) และมัลแวร์ (19%) คือเครื่องมือหลัก นอกจากนี้ยังมีเรื่องการจารกรรมข้อมูล (13%) และการฟอกเงิน (7%) เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เป็นกลุ่มที่ทำงานซับซ้อน และหวังผลทั้งด้านการเงินและการเมือง

สัญชาติไหน "โดนส่อง" มากที่สุด?

ในโลกดิจิทัลที่ไร้พรมแดน แต่สถิติการจับกุมก็ระบุสัญชาติได้ 64 สัญชาติ โดย 5 อันดับแรกที่ครองพื้นที่ข่าวคือ
  1. รัสเซีย (23%) - มีจำนวนผู้กระทำความผิดสูงสุดในข้อมูลชุดนี้
  2. สหรัฐอเมริกา (11%) และ จีน (11%) ครองอันดับสองร่วมกัน
  3. ยูเครน (9%)
  4. เกาหลีเหนือ (5%)
ที่ตัวเลขสหรัฐฯ สูง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหน่วยงานอย่าง FBI หรือ DOJ เขาขยันจับและแถลงข่าวให้โลกรู้อยู่ตลอด ข้อมูลเลยดูเยอะนั้นเอง

พลังบวก การร่วมมือภาครัฐ-เอกชน

เดี๋ยวนี้ตำรวจไม่ได้สู้คนเดียวครับ มี องค์กรเอกชนถึง 74 แห่ง ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนข้อมูลและเทคโนโลยีในการทลายเครือข่ายโจรไซเบอร์ เป็นตัวบ่งชี้ว่า "พันธมิตรภาครัฐ-เอกชน" คือหัวใจสำคัญในการสยบโจรยุคใหม่

โจรไซเบอร์มีการวิวัฒนาการตามช่วงวัยและเทคโนโลยี แต่เจ้าหน้าที่ทั่วโลกก็ไม่ยอมแพ้ มีการใช้ทั้งกฎหมาย เทคโนโลยี และความร่วมมือข้ามชาติมาจัดการ ใครคิดว่าทำผิดยุคนี้บอกเลยว่า "หนียาก" เพราะร่องรอยดิจิทัลมันตามตัวได้ถึงบ้าน


#ดรกฤษฎาแก้ววัดปริง #ไทยสมาร์ทซิตี้ #SmartCity #DRKRIT #สมาร์ทซิตี้คลิก