เตือนภัย! ตลาดสกิล AI ลุกเป็นไฟ พบมัลแวร์แสบแฝงตัวกว่า 341 รายการ จ้องขโมยข้อมูลเกลี้ยงเครื่อง

ล่าสุดทีมนักวิจัยจาก Koi Security ได้ทำการตรวจสอบความปลอดภัยบน ClawHub ซึ่งเป็นแหล่งรวม "สกิล" (Skills) หรือส่วนขยายสำหรับผู้ใช้งาน OpenClaw (โปรแกรมผู้ช่วย AI ส่วนตัวที่หลายคนรู้จักในชื่อเดิมว่า Clawdbot หรือ Moltbot) ผลปรากฎว่าเจอของดีเข้าให้แล้วครับ พบสกิลอันตรายแฝงตัวอยู่ถึง 341 รายการ จากทั้งหมด 2,857 รายการ เรียกว่าสุ่มโหลดมา 10 อัน มีสิทธิ์แจ็คพอตเจอไวรัสเกือบ 2 อันเลยทีเดียว

แผนปทุษร้าย หลอกให้ลง "ตัวช่วย" แต่ดันได้ "ตัวขโมย"

มัลแวร์ชุดนี้นี้ถูกตั้งชื่อรหัสว่า "ClawHavoc" ครับ วิธีการของมันเนียนมาก มันจะสร้างสกิลที่ดูน่าเชื่อถือสุดๆ เช่น เครื่องมือตามราคาเหรียญคริปโต (Solana Wallet Tracker) หรือตัวช่วยสรุปคลิป YouTube (YouTube Summarize Pro) 

พอจะกดติดตั้ง มันจะบอกว่า "ต้องติดตั้งโปรแกรมเสริม (Prerequisitws) ก่อนนะถึงจะใช้งานได้

  • ฝั่ง Windows: มันจะหลอกให้โหลดไฟล์ .Zip ชื่อ openclaw-agent.zip ซึ่งข้างในมีมัลแวร์ดักจับการพิมพ์ (Keylogger) คอยแอบดูว่าเราพิมพ์รหัสผ่านอะไร ฟรือมีรหัส API อะไรบ้าง
  • ฝั่ง macOS: อันนี้แสบกว่า เพราะเทนด์ตอนนี้คนชอบเอาเครื่อง Mac Mini มาเปิด AI ทิ้งไว้ 24 ชม. มันเลยหลอกให้ก๊อปปี้คำสั่งไปวางใน Terminal เพื่อรันสคริปต์ แต่จริงๆ แล้วมันคือการดึงมัลแวร์ตัวแรงชื่อ Atomic Stealer (AMOS) มาลงเครื่องเพื่อสูบข้อมูลทุกอย่างไปเกลี้ยง

เช็คด่วน สกิลกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง

พวกมิจฉาชีพพวกนี้ชอบปลอมตัวมาในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

  1. ชื่อคล้ายของจริง (Typosquatting): เช่น clawhubb , cllawhub , clawwhub (สังเกตตัวสะกดดีๆ นะครับ)
  2. สายคริปโต: เครื่องมือเทรด Polymarket, ตัวเช็คค่า Gas, หรือโปรแกรมหลอกว่า "ช่วยหา Bitcoin ที่หายไป" (อันนี้หลอกชัวร์)
  3. สายทำงาน: ตัวช่วยสรุป YouTube, เครื่องมือเชื่อมต่อ Google Workspace (Gmail, Drive) แบบปลอมๆ
  4. ตัวอัปเดต: ชื่อเนียนๆ อย่าง auto-updater-agent หรือ update

คำแก้และคำแนะนำจากผม

ตอนนี้คุณ Peter Steinberger ผู้สร้าง OpenClaw ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เพิ่มปุ่ม "Report" ให้ผู้ใช้ช่วยกันกดรายงานแล้ว ถ้าสกิลไหนโดนรีพอร์ตเกิน 3 ครั้ง ระบบจะซ่อนสกิลนั้นทันที

ข้อควรระวัง: ผู้เชี่ยวชาญจาก Palo Alto Networks เตือนว่า AI พวกนี้มีความเสี่ยงแบบ "สามประสานมรณะ" คือ

  1. เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวเราได้
  2. รับข้อมูลจากภายนอกที่ไม่น่าเชื่อถือได้
  3. และสื่อสารออกไปข้างนอกได้
แถมมันยังมี "ความจำระยะยาว" (Persistent Memory) ทำให้มัลแวร์อาจจะไม่ได้ทพงานทันที แต่มันจะแอบฝังตัวอยู่ในความจำของ AI แล้วรอจังหวะที่เหมาะสมค่อยระเบิดเวลาทำงานก็เป็นไปได้

จะโหลดอะไรมาใช้ อย่าดูแค่หน้าตาที่สวยงามหรือคำโปรยที่ดูดี ตรวจสอบที่มาที่ไปให้ดีก่อนเสมอนะครับ

#ดรกฤษฎาแก้ววัดปริง #ไทยสมาร์ทซิตี้ #SmartCity #DRKRIT #สมาร์ทซิตี้คลิก