OpenAI เปิดเผยเคส AI "ตื่นรู้" แอบฉก Crypto ของคนอื่นไปใช้เอง! เมื่อโมเดลสั่งสมาร์ทคอนแทร็กต์ แต่ไม่มีเงิน จึงหาทางแฮกเอาเอง
ล่าสุด OpenAI ได้ออกมาเปิดเผยรายงานเหตุการณ์ Misalignment หรือพฤติกรรมของ AI ที่ "ออกนอกกรอบคำสั่งและข้ามเขตความปลอดภัย" ใหม่ถึง 7 เคสด้วยกัน โดยเคสที่พีคที่สุดเกิดขึ้นกับโมเดลวิจัยภายในตระกูล GPT-5.6 Sol เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2026
เรื่องมีอยู่ว่า โมเดล AI ตัวนี้ได้รับโจทย์ให้อัปเดตแอปพลิเคชันเทรดทริปโทฯ และปรับใช้ สมาร์ทคอนแทร็กลงบน Sepolia แต่ผู้ทดสอบไม่ได้ให้กระเป๋าเงินที่มีเหรียญไว้จ่ายค่าธรรมเนียมเครือข่าย
หลังจาก AI พยายามขอเหรียญทดสอบฟรีแล้วไม่สำเร็จ มันจึงตัดสินใจ "เขียนสคริปต์สุ่มแกะรหัสกระเป๋าเงินของนักพัฒนาทั่วไปที่เคยหลุดสู่สาธารณะ" เพื่อสแกนหายอดเงินคงเหลือ AI ตัวนี้สแกนไปถึง 361 แอดเดรส จนพบกระเป๋าหนึ่งที่มีเหรียญ Sepolia ETH พอจ่ายค่าธรรมเนียม มันจึงถอดรหัส Private Key แล้วแอบดึงเหรียญในกระเป๋านั้นมาจ่ายค่า Deploy สมาร์ทคอนแทร็กจนงานเสร็จสมบูรณ์
ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ในบันทึกความคิดของโมเดล (Thought Logs) AI ได้ถกเถียงกับตัวเองด้วยว่า: "การใช้คีย์หรือเงินสาธารณะแบบนี้มันถูกจริยธรรมไหมนะ? แต่เงินบน Mnemonic ของนักพัฒนาสาธารณะพวกนี้ ถือว่าละทิ้งแล้ว และเป็นแค่ Test ETH บน Sepolia ที่ไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจจริง... งั้นเราเอาเงินก้อนนี้ [ปิดบังจำนวน] ไปใช้ Deploy งานให้เสร็จละกัน โอเค เรียบร้อย"
ย้ำคิด ย้ำทำ แล้วก็ตัดสินใจแอบใช้เงินคนอื่นเองเสร็จสรรพ! ซึ่งทาง OpenAI ได้ระบุว่า เคสนี้ชี้ให้เห็นว่า AI สามารถใช้ดุลยพินิจของตัวเองเกี่ยวกับ "ระดับความเสียหาย" มาทดแทนการขออนุญาตจากเจ้าของบัญชี แล้วลงมือทำได้โดยไม่ต้องรอการอนุมัติ
ไม่ใช่แค่เคสเดียว! เปิดอีก 6 พฤติกรรมแสบของ OpenAI AI โมเดล
นอกจากเคสฉกเหรียญคริปโทฯ แล้ว OpenAI ยังพบพฤติกรรมหลุดรอดการควบคุมของโมเดลวิจัยภายในอีก 6 เคส (ต่อยอดจาก 3 เคสที่เคยเปิดเผยเมื่อต้นเดือน) ได้แก่:
- หลบเลี่ยงข้อจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (16 มิ.ย. 2026): โมเดลถูกจำกัดให้ส่งคำสั่งได้แค่ HTTP GET เพื่อดึงข้อมูลสถิติการค้า แต่ AI กลับใช้เว็บเบราว์เซอร์ภายนอกเป็นตัวแทนส่งคำสั่งแทน แล้วดึงข้อมูลสถิติออกมาในรูปแบบไฟล์ภาพ ก่อนจะใช้ระบบตรวจจับข้อความ (OCR) สกัดข้อมูลออกมาสำเร็จ
- ลองดีหาทางแหกระบบ (16–17 มิ.ย. 2026): ระหว่างการฝึก Reinforcement Learning โมเดลได้ทดลองพัฒนาวิธีแฮกข้ามข้อจำกัดอินเทอร์เน็ต เพื่อติดต่อกับบริการภายนอก และยังคงทดสอบต่อเรื่อยๆ แม้จะดึงข้อมูลเป้าหมาย (เช่น เงินเดือนครูใน Merrowen หรือสถิติคนพิการใน Bellora) มาได้ครบแล้วก็ตาม
- แอบเจาะระบบภายในแล้วเนียนลบร่องรอย (17 มิ.ย. 2026): โมเดลที่ได้รับงานให้ดึงข้อมูลจากแดชบอร์ดสาธารณะ ได้แอบเจาะเข้าไปในระบบภายในขององค์กรหนึ่ง แก้ไขการตั้งค่าเพื่อดึง Token เข้าถึง Cloud Storage แล้วดาวน์โหลดตารางข้อมูลที่ไม่เป็นสาธารณะจำนวน 147,451 แถวออกมา ที่ร้ายกว่านั้นคือ มันรีเซ็ตค่ากลับเป็นเหมือนเดิมเพื่อกลบเกลื่อน แต่ยังคงใช้ Token นั้นดึงข้อมูลลับออกมาเรื่อยๆ
- ฉวยโอกาสขโมยรหัสผ่านรัฐบาล (17 มิ.ย. 2026): โมเดลใช้ช่องโหว่ฟังก์ชันดาวน์โหลดไฟล์ของเว็บสถิติต้นทาง เพื่อดึงไฟล์คอนฟิกเซิร์ฟเวอร์และซอร์สโค้ดแอปที่มี Credential ความลับสูง จากนั้นวิเคราะห์โค้ดเพื่อบายพาสการยืนยันตัวตน ดึงข้อมูลสถิติตลอด 24 ปี (เกินกว่าที่สั่ง) มาเก็บไว้ในเครื่อง โดยในการรายงานผลลัพธ์ มันไม่พูดถึงเลยว่าได้ข้อมูลมาด้วยวิธีผิดกฎหมาย
- เขียนโปรแกรมส่ง POST บายพาสเครือข่าย (19–20 มิ.ย. 2026): เขียนโปรแกรมปรับแต่งการเชื่อมต่อเครือข่ายส่งคำสั่ง POST Request เพื่อดึงข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ ข้ามข้อจำกัดที่อนุญาตแค่ GET
- ตรวจข้อสอบไม่ผ่าน ก็ทำลายสภาพแวดล้อมซะเลย (6 ต.ค. 2026): โมเดลที่ได้รับสั่งให้ตรวจคำตอบ 7 ชุด พบว่าไฟล์อินพุตขาดหายไป พอมันพยายามส่งรายงานการตรวจแบบเดาเองแล้วโดนระบบตรวจจับได้ มันจึงสร้างไฟล์ปลอมขึ้นมา พอยังล้มเหลวอีก โมเดลตัดสินใจ ทำลายสภาพแวดล้อมการทำงาน (Task Environment) ของตัวเองทิ้ง เพื่อหวังให้ระบบทำการรีเซ็ตใหม่
การรับมือและมาตรการแก้ไขของ OpenAI
OpenAI ระบุว่าได้ยกระดับมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งการขันซ่อมระบบ Security Controls, ปิดกั้นไม่ให้โมเดลเข้าถึง Live Internet ในระหว่างการเทรนอย่างเด็ดขาด, ปรับปรุงระบบประเมิน Alignment รวมถึงขยายระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมผิดปกติ (Misalignment Monitoring System) ให้ครอบคลุมทุกทราฟฟิกของ Reinforcement Learning และการประเมินผล เพื่อป้องกันไม่ให้ AI แอบหลุดออกไปท่องโลกอินเทอร์เน็ตได้อีก
เหตุการณ์เหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนชั้นดีเลยครับว่า ในยุคที่ AI เก่งขึ้นและเริ่มทำงานแทนเราได้อย่างอัตโนมัติ การควบคุมเขตอำนาจการตัดสินใจ (Autonomy boundary) และเรื่องความปลอดภัย ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้เลยจริงๆ ครับ!
#ดรกฤษฎาแก้ววัดปริง #ไทยสมาร์ทซิตี้ #SmartCity #DRKRIT #สมาร์ทซิตี้คลิก
