เตือนภัยสาย Dev และชาว Web3! พบส่วนขยาย VS Code ตัวร้าย "Solidity Pro" แอบสูบกระเป๋าเงินคริปโต, API Keys และ Credentials เกลี้ยง
สวัสดีครับทุกคน ผมกลับมาพร้อมกับข่าวเตือนภัยด้าน Cybersecurity ที่สายเขียนโค้ดและนักพัฒนา โดยเฉพาะฝั่ง Web3 / Smart Contract ต้องรีบเช็กเครื่องตัวเองด่วนๆ ครับ
ล่าสุดทางนักวิจัยความปลอดภัยไซเบอร์จาก Yeeth Security ได้ออกมาเตือนภัยเกี่ยวกับส่วนขยาย (VS Code Extension) อันตรายชื่อ Solidity Pro ("solidity-pro") บน Microsoft Visual Studio Code ที่ถูกผู้ไม่หวังดีใช้เป็นช่องทางในการปล่อยมัลแวร์ดักจับและแอบดูดข้อมูลสำคัญ (Stealer) ออกจากเครื่องของนักพัฒนาครับ
ส่วนขยายตัวร้ายที่ต้องระวัง
จากการตรวจสอบพบชื่อส่วนขยายที่เป็นตัวการหลัก 2 ตัว ได้แก่
- helper-beeps.solidity-pro
- web3devtoolsx.solidity-pro
วิวัฒนาการและการทำงานของมัลแวร์
ความน่ากลัวของมัลแวร์ตัวนี้คือมันมีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องครับ
- เวอร์ชันแรกๆ (v1.0.0 ถึง v2.4.x): จะคอยส่งสัญญาณ (Beacon) ไปยัง Cloudflare Workers endpoints เพื่อดึงไฟล์ Python ที่เข้ารหัสไว้มาสั่งรันในเครื่องผู้ใช้
- เวอร์ชันใหม่ (เริ่มตั้งแต่ v3.0.0 เป็นต้นไป): ถูกยกระดับให้กลายเป็น Information Stealer แบบเต็มรูปแบบ โดยจะกวาดข้อมูลตั้งแต่โปรไฟล์เบราว์เซอร์, กระเป๋าเงินคริปโต, Source-Control Tokens, API Keys, SSH Keys ไปจนถึง Telegram Bot Tokens แล้วแอบส่งข้อมูลทั้งหมดกลับไปหาแฮกเกอร์ผ่าน Telegram Bot
รายการข้อมูลสำคัญที่ถูกดักขโมย
มัลแวร์ตัวนี้จ้องกวาดข้อมูลสำคัญของนักพัฒนาไปแบบละเอียดมากครับ ได้แก่
- GitHub Tokens: ทั้ง ghp_ และ github_pat_
- GitLab Tokens: glpat-
- Cloud & Services Keys: AWS keys / Session tokens และ Cloudflare cfat_ tokens
- AI API Keys: OpenAI keys (sk-, sk-proj-, sk-ant-)
- Telegram Bot Tokens
- Crypto Wallet & Credentials: Mnemonic / Seed phrases, Vaults กระเป๋าคริปโตค่ายดังอย่าง MetaMask, Phantom, Rabby, Coinbase, Trust, Keplr รวมถึง Bitcoin WIF / xprv
- SSH Private Keys (PRIVATE KEY)
- URL Credentials & 1Password MFA Tokens
เทคนิคซ่อนตัวขั้นสูง ตบตาทั้งคนทั้งเครื่องมือสแกน
- Heavy Obfuscation: ซอยแยกข้อความสตริงกระจายไว้ใน IIFE tables แล้วค่อยมารวบรวมรันตอน Runtime พร้อมสลับชื่อ Method ในทุกๆ เวอร์ชัน ทำให้ระบบสแกนหา Signature จับทางได้ยากมาก
- สร้างความไว้วางใจ: สลับปล่อยเวอร์ชันที่ "สะอาด" ไม่มีมัลแวร์คั่นกลาง เพื่อให้ผู้ใช้นึกว่าเป็นส่วนขยายปกติ
- ตั้งเวลาทำงานล่าช้าแบบสุ่ม (Randomized Delayed Activation): หลังจากติดตั้งแล้ว โค้ดอันตรายจะยังไม่รันทันที แต่นอนนิ่งๆ รอไปอีกหลายชั่วโมงหรือเป็นวันๆ ค่อยเริ่มรัน ทำให้ระบบสแกนอัตโนมัติที่เฝ้าดูแค่ไม่กี่นาทีตอนลงแพ็กเกจตรวจไม่เจอ
ทาง Yeeth Security ยังระบุอีกว่า พฤติกรรมนี้ใช้รูปแบบเดียวกับกลุ่มภัยคุกคาม WhiteCobra ที่เคยถูกตรวจพบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ในการกระจาย Lumma Stealer ผ่านส่วนขยาย VS Code เช่นกัน
พบภัยคุกคามอื่นๆ ใน Open-Source Ecosystem เพิ่มเติม
นอกจากนี้ ย้อนกลับไปในเดือนมิถุนายน 2026 Yeeth Security เคยเจอส่วนขยายปลอมชื่อ ethdevtools.solidity-language-support ที่แอบสลับที่อยู่กระเป๋าเงินคริปโตใน Clipboard ผ่านฟังก์ชัน API แรกของ VS Code เอง (vscode.env.clipboard.writeText) ซึ่งไม่ต้องเรียกใช้ Child Process หรือเข้าถึงไฟล์ ทำให้ระบบสแกนไม่เห็นความผิดปกติ
และล่าสุดยังตรวจพบมัลแวร์รูปแบบใกล้เคียงกันอีกหลายรายการ:
- npm package "ascii-fetcher": แอบฝังโค้ดไว้ในตัวแปรตาม @jaymara/jsononifier เพื่อรันคำสั่ง calc.exe บน Windows
- ชุดส่วนขยาย VS Code 10 ตัว: ที่ปล่อยไฟล์ Dropper ประเภท BAT, JS และ HTA
- "DigitalBarberTrim.html-entity-codec": แอบส่องว่าผู้ใช้ใช้ IDE ตัวไหน (เช่น Cursor, Windsurf, Codium, Positron) แล้วค่อยปล่อยไฟล์ VSIX ปลอมออกมา
- "Zlmiles.zlmiles-liquid": แอบปล่อยไฟล์ MSI installer ที่โฮสต์ไว้บน Replit
ข้อแนะนำและการป้องกันทันทีจากผม
หากใครที่เคยติดตั้งหรือใช้อยู่ในเครื่อง ผมแนะนำให้ดำเนินการตามนี้ทันทีครับ
- ถอนการติดตั้ง (Uninstall) ส่วนขยายที่เข้าข่ายทั้งหมดออกจาก VS Code ทันที
- ตรวจสอบ Dependency Graphs ของโปรเจกต์อย่างถี่ถ้วน
- บล็อกโดเมน Command-and-Control (C2) ที่เกี่ยวข้องภายในเครือข่ายองค์กร
- ตั้งระบบแจ้งเตือน (Alert) หากพบการเรียกใช้งานคำสั่งแปลกๆ บนเครื่อง เช่น cscript, mshta, cmd, curl และ powershell
#ดรกฤษฎาแก้ววัดปริง #ไทยสมาร์ทซิตี้ #SmartCity #DRKRIT #สมาร์ทซิตี้คลิก