Google ฟ้องเดือด! แก๊งจีนหลอกใช้ Gemini AI สร้างหน้าเว็บปลอม ยิง SMS ดูดเงินเหยื่อเสียหายพันล้าน
วันนี้ผมมีข่าวไอทีเดือดๆ จากฝั่งอเมริกามาเล่าให้ฟังครับ เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Google ตัดสินใจยื่นฟ้องเครืองข่ายไซเบอร์เครือมินอลจากจีนรายใหญ่ ข้อหาเอา AI ตัวเก่งอย่าง Gemini ไปดัดแปลงเป็นอาวุธในการส่งข้อความหลอกลวง (Phishing) หรือที่เรียกกันว่า "Smishing" (SMS Phishing) เพื่อโจมตีชาวอเมริกันครับ
เรื่องของเรื่องคือ เครือข่ายอาชญากรรมนี้อยู่เบื้องหลังชุดซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า "Outsider" ซึ่งทำธุรกิจในรูปแบบ Phishing-as-a-Service (PhaaS) หรือบริการเช่าระบบหลอกลวงสำเร็จรูป
เหลี่ยมจัด หลอกใช้ Gemini สร้างหน้าเว็บปลอม
Google ระบุในคำฟ้องว่า แก๊งนี้ได้ใช้ประโยชน์จาก Gemini ในการสร้างหน้าเว็บหลอกลวง และส่ง SMS ปลอมตัวเป็นแบรนด์ดังต่างๆ เช่น แจ้งว่า "บัญชี้ซื้อขายหุ้นมีปัญหา" หรือ "คุณได้รับสิทธิ์รางวัลจากค่ายมือถือ" เพื่อล่อให้เหยื่อกดลิงค์เข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงิน
ความน่ากลัวคือ มันใช้งานง่ายมากครับ (Plug-and-Play) แก๊งนี้มีคู่มือสอนวิธีใช้ AI เขียนโค้ดแบบทีละขั้นตอน โดยการป้อนคำสั่ง (Prompt) หลอก Gemini ทำนองว่า "ช่วยเขียนโค้ด HTML ออกแบบหน้าเว็บสำหรับรับของขวัญให้หน่อย ขอแบบไม่ใช้ JavaScript และใช้ inline CSS นะ" พอ AI เขียนโค้ดเนียนๆ ออกมาให้ อาชญากรก็แค่ก๊อปปี้ไปวางในระบบ Outsider เพื่อเปลี่ยนหน้าเว็บธรรมดาให้กลายเป็นหน้าเว็บตกทองทันที
ราคาจับต้องได้ แต่ความเสียหายระดับพันล้าน
บริการเช่าระบบโกงนี้ คิดค่าบริการเริ่มต้นแค่ 88 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ (ประมาณ 3,000 กว่าบาท) หรือ 200 ดอลลาร์ต่อเดือนเท่านั้น โดยสามารถซื่อสิทธิ์ผ่าน Bot ใน Telegram ได้เลย สิ่งที่ผู้ซื้อจะได้คือ
- เทมเพลตหน้าเว็บปลอมของสถาบันที่น่าเชื่อถือกว่า 290 แบบ
- ระบบดักจับการพิมพ์คีย์บอร์แบบ Real-time (Keystroke logging)
- Dashboard สรุปผลว่าแคมเปญหลอกลวงนั้นได้ผลแค่ไหน
แต่ถ้านับรวมตั้งแต่กฎหมาย 2023 เป็นต้นมา FBI ประเมินว่าแพลตฟอร์ม Outsider นี้ทำให้มีข้อมูลบัตรเครดิตถูกขโมยไปกว่า 3.87 ล้านใบ และสร้างความเสียหายรวมสูงถึง 1,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราวๆ 6-7 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว)
โครงสร้างองค์กรอาชญากรรม และการทลายเครือข่าย
แก๊ง Outsider นี้ทำงานกันเป็นระบบแบ่งเค้กกันชัดเจนครับ
- ทีมพัฒนา (Developer Group): ทำซอฟต์แวร์และเทมแพลตปลอม
- ทีมโบรกเกอร์ข้อมูล (Data Broker Group): หา รายชื่อ/เบอร์โทร ของเหยื่อ
- ทีมสแปม (Spammer Group): ยิง SMS ลวงงหาเหยื่อทีละมากๆ
- ทีมฟอกเงิน (Theft Group): เอาข้อมูลบัตรเครดิตไปเปลี่ยนเป็นเงินสด
- ทีม Telegram (Telegram Group): หา สมาชิกใหม่และประสานงาน
คดีนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่เลยครับว่า เทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้เราทำงานง่ายขึ้น ก็กำลังช่วยให้มิจฉาชีพทำงานง่ายขึ้นและเนียนขึ้นด้วยเช่นกัน ต่อไปนี้เห็นลิงก์แปลกๆ ส่งมาทาง SMS ต้องระวังกันให้มากๆ นะครับ
#ดรกฤษฎาแก้ววัดปริง #ไทยสมาร์ทซิตี้ #SmartCity #DRKRIT #สมาร์ทซิตี้คลิก