ยุค AI ล้นออฟฟิศ: เมื่อระบบเก่าคุมไม่อยู่
เชื่อไหมครับว่าตอนนี้ AI มันแฝงตัวอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าเราจะเป็นเบราว์เซอร์, ส่วนขยาย (Extensions), ระบบ Copilot หรือแม้แต่แอปฯ ลึกลับที่พนักงานแอบใช้กันเอง (Shadow AI) ปัญหาคือ "เราใช้ AI กันถล่มทลาย แต่กลับมองไม่เห็นและคุมมันไม่ได้เลย"
ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดคือเราไปคิดว่า "ความปลอดภัยของ AI" เป็นเรื่องของข้อมูลหรือตัวแอปฯ แต่ความจริงแล้ว มันคือเรื่องของ "การโต้ตอบ" (Interaction) ต่างหากครับ
ทำไมวิธีคุมแบบเดิมถึง "พัง"?
องค์กรส่วนใหญ่มักตกหลุมพลางเดิมๆ เช่น
- พึ่งพาแค่ระบบ CASB หรือ SSE แบบเก่า
- มองแค่การรับ-ส่งข้อมูลในเครือข่าย (แต่ดันมองไม่เห็นิส่งที่เกิดขึ้นในหน้าเบราว์เซอร์)
- เน้นแค่การตรวจจับ แต่ "ห้าม" หรือ "บล็อก" ไม่ทันท่วงที
- ลืมดูพวกส่วนขยาย (Extensions) เล็กๆ ที่แอบดูข้อมูล
รู้จัก AUC (AI Usage Control): ตัวช่วยใหม่สายสตรอง
ในเมื่อวิธีเก่าใช้ไม่ได้ ก็ต้องมีพระเอกใหม่อย่าง AUC (AI Usage Control) ซึ่งมันไม่ใช่แค่การอัปเกรดของเดิมนะ แต่มันคือการาวงระบบใหม่ที่เข้าไปคุม "ตอนที่พนักงานกำลังพิมพ์โต้ตอบกับ AI" เลยครับ
4 ขั้นตอนปราบ AI ให้อยู่หมัด
- Discovery (ต้องเห็นให้หมด): ระบุให้ได้ว่าใครแอบใช้ AI ตัวไหนบ้าง ไม่ใช่แค่ตัวที่บริษัทอนุญาต
- Interaction Awareness (เข้าใจการโต้ตอบ): ต้องรู้ว่าพนักงานกำลังทำอะไร เช่น กำลังสั่งให้ AI สรุปงบการเงิน หรือแค่ร่างอีเมลทักทาย
- Identity & Context (รู้ตัวตนและบริบท): แยกให้ออกว่าใช้บัญชีบริษัทหรือบัญชีส่วนตัว และคุมตามความเหมาะสม เช่น "ให้สรุปงานการตลาดได้ แต่ห้ามเอาไฟลการเงินไปอัปโหลด"
- Real-Time Control (คุมแบบทันควัน): แทนที่จะสั่ง "บล็อก" ลูกเดียว ระบบนี้จะช่วย "เซ็นเซอร์" ข้อมูลอ่อนไหวในคำสั่ง (Prompt) หรือเตือนผู้ใช้ก่อนจะทำอะไรเสี่ยงๆ
#ดรกฤษฎาแก้ววัดปริง #ไทยสมาร์ทซิตี้ #SmartCity #DRKRIT #สมาร์ทซิตี้คลิก